domovoy's profiledomovoyPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
domovoySeptember 03 รักเล่าเรื่อง....ลวงตา คอนเสิร์ตดีดี จากPortrait TEST JAVA เสร็จก็รีบเดินทางไปสตูดิโอ" พระรามเก้า" เป็นสตูที่หายากมาก ประตูเปิด 16.00 น. แสดง 17.00 น. (ตามบัตร) แต่กว่าจะถึงก็17.15 น. ดีนะที่พอมาถึงคอนเสิร์ตยังไม่เริ่ม จะไม่ช้าได้ยังไง สอบเสร็จ ก็15.30.แล้วกว่าจะออกก็ 16.00น. หลงทางซะ ครึ่งชั่วโมง หุหุ
ดีที่คนคอนเสิร์ตินี้คนไม่มาก ทำให้ได้นั่งที่ที่เกือบถือว่าดีดีเป็นแถวที่ 4 จากเวที ตอนแรกแปลกใจว่า
แถว 3 ไมไม่มีคนนั่ง หันไปดูถึงรู้ว่าเค้าจองไว้ให้ตรอบครัวน้องพลอย
ไอเราก็นึกว่าพลอยไหน นั่งงงกะเขมมิกา พอคอนเสิร์ตเริ่ม ก็ร้อง อ๋อ
ครอบครัวน้องพลอย ลิตเติ้ลวอยซ์ นี้เอง
อิอิ ได้นั่งใกล้ ดาราด้วย เปงงายอ่ะ
ถึงจะมาสายก็เหอะ
มาดูคอนเสิร์ตครั้งนี้เล่นเอาเมื่อยแขนมากมายเพราะมาถ่าย VDO ตั้งหลายเพลง
ไม่รู้จะเขียนไรแล้วอ่ะเอาเปงว่าพี่ปอย Portrait น่ารักมาก
June 28 ออกกองจ้าหลังจากที่ห่างหายไปกับบล๊อกนานมากม๊าก ก็มีเรื่องให้เล่าย้อนหลังตั้งเยอะ เรื่องแรกขอกระโดดข้ามมาเล่าเรื่องที่เพิ่งผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆเลย ก็เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาส(เป็นทริปแรกของการไปถ่ายทำสารคดีเลยนะ)จังหวัดพิษณุโลก เดินทางกันด้วยรถตู้ 3 คัน(หรูหรามากมาย) ออกจากม.ประมาณ6โมงเช้าไปถึงพิษณุโลกก็บ่าย ๆมั้ง จำไม่ได้ เป้าหมายที่เราจะไปทำงานคือ พิพิธพัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี แห่งรวบรวมภูมิปัญญาชาวบ้านที่น่าเรียนรู้ ก่อนที่เราจะเริ่มถ่ายทำ เราก็ได้พบกับวิทยากรอารมร์ดี ชื่อว่า "พี่ปู" พี่ปูของเราจบปริญญาตรีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปาการ ปริญญาโทคณะไรไม่รู้อ่ะจำไม่ได้จากธรรมศาสตร์ สิ่งที่น่าทึ่งในตัวพี่ปูคือ พี่ปูมีทั้งความรู้และความเป็นกันเองที่เราอาจจะไม่เคยได้รับจากพิพิธพันฑ์อื่น หลังจากที่พี่ปูทำหน้าที่บรรยายความเป็นมาของสิ่งของแต่ละอย่างในบ้านพิพิธพันฑ์ กลุ่มเราก้ได้เชิญพี่ปูมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับหัวข้อที่เราจะทำสารคดี นั้นก็คือ "ตะบันไฟ ไม้ขีดไฟหัวใจลูกทุ่ง" ความที่เป็นมือใหม่ การจัดแสง คำถามที่ต้องการคำตอบ Location ต่าง ๆ ทำให้เทปแรกของเราออกมาไม่สมบูรณ์เท่าไร ไม่ว่าจะเป็น เสียงน้ำตกที่แทรกเข้ามาในระหว่างการให้สัมถาษณ์ แสงที่ไม่พึงประสงค์จากฉากหลัง เอาเป็นว่าเทปแรกอาจต้องถ่ายซ่อมวันพุ่งนี้(วันอาทิตย์) หลังจากเทปสัมภาษณ์เสร็จสิ้น เราก็ได้ไปถ่ายการสาธิตการใช้ตะบันไฟโดยขอคุณลุงคนหนึ่ง(ไม่ได้ถามชื่ออ่ะ) ให้ท่านสาธิตการใช้ตะบันไฟให้ ปรากฎว่ากล้องอีกตัวหนึ่งมีปัญหา ก็เลยเก็บไว้ถ่ายพุ่งนี้ ประมาณ 5โมงเย็นเราก็กลับไปยังที่พักมีชื่อว่าโรงแรมริมน่าน เพื่อเก็บข้าวของ หลังจากนั้นก็ไปตลาดเพื่อหาอะไรกิน ตลาดจ.พิษณุโลกอาหารน่ากินมากแถมยังไม่แพงด้วย(ยกเว้นข้าวมันไก่ไม่อร่อยแถมแพงด้วย) คืนนั้นก็ไม่มีไรน่าตื่นเต้นเท่าไร เพราะหลับสนิทเลย อืมก่อนจะหลับก็นั่งดูเทปที่ถ่ายมาว่าเป็นยังไงใช้ได้ไหม แล้วก็เอาไปที่ห้องอาจารย์ให้อาจารย์ commentให้ (แต่เราไม่ได้ไปเพราะว่าแอบหลับหุหุ) เช้าวันอาทิตย์ก็ไปถ่ายเก็บที่พิพิธภัณฑ์ต่อ อาจารย์ให้เวลาถึง 11 โมง จะได้รีบเดินทางไปหา Location ของกลุ่มที่ทำเรื่อง สีย้อมผ้า พอบ่ายโมงก็แวะหาไรกิน อาหารกลางวันมื้อสุดท้ายที่พิษณุโลกก็คือ ก๋วยเตี๊ยวไก่น่องใหญ่มาก กินไม่หมดเลย รสชาติก็ธรรมดา หน้าสวนธนยังอร่อยกว่าเลย แต่ความที่น่องไก่ใหญ่เท่าบ้าน ทำให้คนมากินกันเยอะ จากนั้นก็เดินทางกลับกทม.
PS.กลับจากพิษณุโลกเบี่ยร์-เบี๊ยร์เข้าโรง'บาลเลยเนื่องมาจากอาหารเป็นพิษ ทรมานสุด แถมงานสารคดีตต้องตัดต่อให้เสร็จภายในวันพฤหัสอ่ะ Special Thanks ขอบคุณ เกดที่พาไปโรงพยาบาล เขมมิกาที่ดูแลตลอด แนน&หนึ่งที่มาเยี่ยมถึงห้อง นัท บอย วิน อิน มานั่งกินข้าวให้เราน้ำลายไหลเพราะอยากกินด้วย น้องมิ้นทร์PRT ที่วันนั้นมาทำหน้าเศร้าให้คนป่วยดู บีที่เหมือนจะClearแล้ว แต่กูก็ยังงงอยู่
March 01 ไหว้พระเก้าวัดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ มีโอกาสได้ไปไหว้พระ 9 วัดมาด้วย
ไหว้แล้วก็รู้สึกดี
ได้ทำบุญทำทานซะมั้งทำแต่บาปไว้เยอะ
วันนั้นเป็นวันพระใหญ่ คือเป็นวันมาฆบูชา คนเลยเยอะเป็นพิเศษ
สถานที่แรกที่ไปถึงก็คือ
"ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร"
" ไหว้หลักเมือง ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี " จากนั้นก็เดินทางต่อไปยัง วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) " ไหว้พระนอนวัดโพธิ์ อยู่ดีกินดีตลอดปี " ต่อด้วย วัดอรุณราชวราราม "ไหว้พระวัดอรุณ ชีวิตโรจน์รุ่ง ทุกวันคืน" จากนั้นก็นั่งรถตุ๊กตุ๊กไปยัง วัดระฆังโฆษิตาราม " ไหว้พระวัดระฆัง มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี " ที่วัดระฆังได้ไปให้อาหารปลามาด้วย คนที่ท่าน้ำเยอะมาก เคาะระฆังเอาฤกษ์เลย เสร็จจากวัดระฆังนั่งแทกซี่ต่อไปยัง วัดกัลยาณมิตร "ไหว้หลวงพ่อซำปอกง โชคดีมีชัยปลอดภัยตลอดปี" วัดนี้เทียนเล่มใหญ่มาก เพราะเป็นวัดของคนจีนเค้า เสร็จจากวัดกัลยาณมิตร ก็ข้ามฟากนั่งเรือข้ามไปฝั่งพระนครใหม่อีกครั้ง ข้ามไปถึง ก็ต้องเดินเท้าต่อ ซึ่งไกลมาก เพื่อจะไปเสาชิงช้าซึ่งเป็นที่ตั้งของ วัดสุทัศนเทพวราราม "ไหว้พระวัดสุทัศนฯ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป" เดินเท้า ย้ำ เดินเท้าไปยัง ศาลเจ้าพ่อเสือ " เสริมอำนาจบารมี " คนเยอะมากๆเกือบโดนเหยียบเลย จากนั้นนั่งรถประจำทางเพื่อไปยังบางลำภูที่ตั้งของวัด วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร
ซึ่งที่จริงเราต้องไปวัดพระแก้วกัน ตามสูตรแล้ว แต่วันนั้นเราใส่รองเท้าแตะ
เขมบอกว่าเข้าไม่ได้ แต่เราว่าเข้าได้ เพราะเคยใส่เข้าอยู่
ดังนั้นเพื่อความสบายใจเลยไปวัดบวรแทน
เหอ อดได้แก้วแหวนเงินทองเลย
เสร็จจากวัดบวรก็นั่งรถต่อไปยังตรอกข้าวสารสถานที่ตั้งของวัด
วัดชนะสงคราม
"ไหว้พระวัดชนะสงคราม อุปสรรคร้ายพ่ายแพ้"
เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจ เบี่ยร์-เบี๊ยร์กะเขมมิกาก็พักผ่อนด้วยการเดินตรอกข้าวสารต่อเลย
นั่งกินโรตีกันริมฟุตบาท
จากนั้นก็นั่งรถเมลล์สาย 201 กลับบ้าน
แต่เขมมิกาต้องนั่งเลยไปเพราะต้องขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน
นับว่ากิจกรรมต้อนรับวาเลนไทน์ของเรา
เป็นกิจกรรมที่มีความสุขสุด ๆ
แม้ว่ามันจะเหนื่อย เมื่อยไปหน่อยก็เถอะ
Live in a Day 4
นึกว่าจะได้ไปคนเดียวแล้วสิ พอดีชวนโฟร์คกะบอยไปได้ “Exotic” ลีลาตีกลองสุดยอดดูแล้วอยากตีกลองเป็นบ้างจัง “The Girl in Green” "CORNCAN" "4GOTTEN" ปีเตอร์ คอป หล่อดี ช่วงที่พี่ติ๊กเล่นแอบเห็นนักร้องนำวง "Winky" นั่งดูอยู่ด้วย อยากให้ขึ้นเล่นจังอยากดู วันนั้นตอนเช้าwinkyไปเล่น7สีคอนเสิร์ตมา ตามด้วย หนุมาน วงน้องใหม่
ปล.จะเลือกทักษิณเป็นนายกอีกดีมั้ยหว่า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! February 09 อาจคิดว่าแค่ผูกพันวันนี้ เราอาจรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง จนคิดว่าเราขาดไม่ได้...
แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป สักวันเราจะรู้ว่า
สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้ เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เติมชีวิตเรา ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
วันหนึ่ง หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่ที่เราคิดว่าเราพึงใจ..ปรารถนา..ต้องการ.. ขาดไม่ได้ เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก
เวลา.. จะสอนเราเองว่า ความผูกพันกับสิ่งใดๆในช่วงเวลาหนึ่ง
จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้นๆ อย่าได้ไปยึดติด
อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตลุ่มหลง คิดเสียว่าเราโชคดีที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก
ความผูกพันก็เหมือนกับความรัก หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก
เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก
แต่ความผูกพันที่ว่า ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเองไว้กับสิ่งนั้นๆ
เพราะคนเราทุกคนย่อมผูกพันกับหลายๆสิ่ง
เปรียบเสมือน เรามีแก้วนำอยู่หนึ่งใบ ในยามเช้า...เราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม พออากาศร้อนหน่อย...เราอาจต้องการน้ำเย็นๆ บางครั้งที่เราไม่สบาย...เราอาจต้องการน้ำอุ่น ใจเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ... ต้องเติมสิ่งต่างๆ ในเวลาที่แตกต่างกัน ตามความเหมาะสม หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้วน้ำ แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันที ในแก้วใบเดียวกัน แก้วใบนั้น..ก็จะร้าว..เริ่มแตก ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา... ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่งนั้น.. ไม่ผิด ถ้าเราค่อยๆปรับใจ..ปรับตัวของเราเอง..
ให้กลับคืนในเวลาที่ควร เพราะอย่างน้อยที่สุด..เราก็มีโอกาสได้ผูกพัน
ซึ่งก็เหมือนเรามีโอกาสได้รักนั่นเอง
ถ้าคุณมีความสุขที่เห็นเค้าเดินกับคนอื่น... คือ ความรัก
ถ้าคุณเศร้า..เหงา..คิดถึงเค้า..อยากเจอ..อยากพูดคุย... คือ ความรัก
ถ้าคุณร้อนรนที่เค้าอยู่กับใครๆที่ไม่ใช่คุณ... คือ ความใคร่ อยากเก็บไว้เป็นเจ้าของคนเดียว ถ้าคุณเมามาย..เค้าลูบหลังไหล่..ดูแล... คือ ความรักที่บริสุทธิ์ใจ
ถ้าคุณเมามาย..เค้ากอดและสัมผัสร่างกาย... คือ ความใคร่จากเค้าของคุณ
ถ้าคุณเข้าหา.. แต่เค้าหนี... ... คือ ความใคร่ ที่หมดเยื่อใยแล้ว
ถ้าคุณหนี.. แต่เขาวิ่งตามมา... ... คือ ความรัก ที่ยังไม่มีจุดจบ
ถ้าคุณร้องไห้ให้กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ... คุณคือ คนโง่ และบ้า
อย่างน่าอาย แต่ถ้าคุณพอใจ..จงรัก..และมอบความรักให้กับเค้า... แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม จงดีใจที่ได้รักซะวันนี้.. ดีกว่าที่จะมานั่งเสียใจในวันหน้า |
||||||||
|
|